ใหม่! Feedback Killer AI บนมือถือและแท็บเล็ต Android ขายแล้ว + มีบน iPhone / iPad ทดลองฟรี 7 วัน

คู่มือการใช้งาน · แอป iPad

FeedbackKiller Plus+ 8CH (iPad)

FeedbackKiller Plus+ เวอร์ชัน iPad ทำงานบน iPad ทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ รับเสียงจาก USB Audio Interface ตัด feedback สูงสุด 8 แชนแนล แล้วส่งกลับออกทาง interface หน้าตาและการใช้งานเหมือน FeedbackKiller Plus+ บน Mac/Windows ทุกอย่าง ต่างกันแค่ไม่มีปุ่ม REMOTE และปุ่มต่าง ๆ ใหญ่ขึ้นสำหรับกดด้วยนิ้ว

FeedbackKiller Plus+ บน iPad
FeedbackKiller Plus+ บน iPad

สิ่งที่ต้องมี

  • iPad ที่ใช้ iPadOS 16 ขึ้นไป
  • USB Audio Interface แบบ class-compliant (ใช้กับ iPad ได้โดยไม่ต้องลงไดรเวอร์) ถ้าจะใช้ครบ 8 แชนแนลต้องมีอย่างน้อย 8 in / 8 out
  • USB-C hub แบบมีไฟเลี้ยง ให้ทั้ง iPad และ interface ได้ไฟพอ
  • หลีกเลี่ยงหูฟังหรือลำโพง Bluetooth เพราะ latency สูงและ iPadOS อาจเปลี่ยนเส้นทางเสียงเอง

การต่ออุปกรณ์

  1. มิกเซอร์หรือไมค์ → input ของ USB Audio Interface
  2. Interface → USB-C hub แบบมีไฟ → iPad
  3. output ของ interface → กลับเข้ามิกเซอร์หรือระบบ PA

เริ่มใช้งาน

  1. ต่อ interface ก่อน แล้วเปิดแอป FeedbackKiller Plus+ Pad
  2. แตะ SETTINGS ตรวจว่า Output/Input เป็น interface ที่ต่ออยู่ ติ๊กช่องที่ใช้ ตั้ง sample rate และ buffer (แอปรองรับ 48–192 kHz ตามที่ interface รองรับ)
  3. แตะ ROUTING เลือกแชนแนลที่ใช้ พร้อมช่อง Input และ Output ของแต่ละแชนแนล
  4. แตะชื่อแชนแนลสองครั้งเพื่อเปลี่ยนชื่อ
  5. เปิดเสียงไมค์ตามปกติ แอปจะตัด feedback ให้อัตโนมัติ
SETTINGS บน iPad
SETTINGS บน iPad
ROUTING บน iPad
ROUTING บน iPad

ปุ่มและส่วนต่าง ๆ

ทุกปุ่มทำงานเหมือนเวอร์ชัน Mac/Windows ดูคำอธิบายแต่ละปุ่มได้ในคู่มือ FeedbackKiller Plus+

  • ON เปิดใช้แชนแนล, STRENGTH ความแรงในการตัด feedback, NOISE ลดเสียงรบกวน, LOW CUT ตัดความถี่ต่ำ
  • METERS มิเตอร์ IN/OUT ของทุกแชนแนล เลขแชนแนลเป็นป้ายสีชมพูเมื่อแชนแนลนั้นกำลังตัด feedback
  • NOTCH แผนที่ความถี่ที่กำลังถูกตัด
  • BYPASS ปล่อยเสียงผ่านตรงทุกแชนแนล

บันทึกและโหลดการตั้งค่า

แตะ SAVE แล้วเลือก

  • Save rack as... — บันทึกการตั้งค่าทั้งหมด
  • Load scene (keep audio device)... — โหลดชื่อแชนแนลและค่าต่าง ๆ แต่ใช้ interface ที่ต่ออยู่ตอนนี้
  • Load scene + audio device... — โหลดทั้งค่าและการตั้งค่า interface ที่บันทึกไว้

ระหว่างใช้งานจริง

  • หน้าจอ iPad จะไม่ดับเองระหว่างเปิดแอป
  • ถ้าถอดสาย USB หรือ interface หลุดชั่วคราว แอปจะพยายามเชื่อมต่อใหม่ให้เองทุก 2 วินาที ไม่ต้องปิดเปิดแอป
  • ถ้าแถบสถานะด้านล่างขึ้นข้อความสีส้ม/แดง:
  • AUDIO STOPPED - RECONNECT USB INTERFACE — ตรวจสาย USB และไฟเลี้ยงของ hub
  • CHECK USB I/O - ACTIVE ROUTE UNAVAILABLE — แชนแนลที่เปิดอยู่เลือกช่องที่ interface ตัวนี้ไม่มี ให้แก้ใน ROUTING
  • FAIL-SAFE PASS-THROUGH ACTIVE - CHECK AUDIO BUFFER — iPadOS ส่งเสียงมาในขนาด buffer ที่ไม่ตรงกับที่ตั้งไว้ (มักเกิดตอนเปลี่ยนเส้นทางเสียงหรือเสียบ-ถอดอุปกรณ์) แอปจึงปล่อยเสียงผ่านตรงชั่วครู่แทนที่จะเงียบ ถ้าขึ้นบ่อย ให้ตั้ง buffer ใน SETTINGS ใหม่ และตรวจว่าไม่มีอุปกรณ์เสียงอื่น เช่น Bluetooth ต่ออยู่

ช่วงทดลองและ license

  • ใช้ได้ครบทุกฟังก์ชัน 14 วัน แถบสถานะมุมขวาล่างแสดงวันที่เหลือ
  • ครบ 14 วันแล้ว การตัด feedback หยุด แต่ NOISE, LOW CUT และ BYPASS ยังส่งเสียงผ่านตามปกติ
  • ใส่ key ในหน้า SETTINGS ส่วน LICENCE แล้วแตะ ACTIVATE

ถ้าใส่ key แล้วไม่ผ่าน

  • แตะค้างที่ช่อง key แล้วเลือก Paste ช่องว่างหรืออักขระแปลก ๆ ที่ติดมากับ key จาก LINE หรืออีเมล แอปตัดออกให้เอง
  • Could not connect to the licence server — ตรวจว่าเครื่องต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แล้วอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด เวอร์ชันใหม่ activate ผ่าน tsoundman.com ซึ่งเข้าได้จากทุกเครือข่าย
  • Invalid licence code — key ต้องขึ้นต้นด้วย FK2- และต้องเป็น key ของสินค้าตัวนี้ (key ของแต่ละสินค้าใช้ข้ามกันไม่ได้) ถ้ายังไม่ผ่าน ส่งรูปหน้าจอมาทาง LINE แอดมินจะช่วยตรวจหรือออก key ใหม่ให้