EQ 8 แบนด์ที่แต่ละแบนด์ กดหรือดันเสียงเองตามความดังในย่านนั้น (dynamic EQ) ทำงานเฉพาะตอนที่ปัญหาเกิด เช่น เสียงแหลมบาดตอนร้องดัง เสียง ส / ซ ที่แหลมเกิน หรือเสียงอู้ตอนจ่อไมค์ ตอนร้องปกติเสียงจึงไม่บางเหมือนใช้ EQ ธรรมดาตัดไว้ตลอด ใช้ได้ทั้ง VST3 / AU และแบบ Standalone บน Windows และ Mac ไม่เพิ่ม latency เลย (0 sample) จึงใส่ในช่อง monitor บนเวทีได้

ติดตั้ง
- Windows: ดาวน์โหลด TSoundDynamicEQ-1.2.0-Windows-Setup.exe แล้วดับเบิลคลิก ตัวติดตั้งจะวาง T-Sound Dynamic EQ.vst3 ไว้ที่ C:\Program Files\Common Files\VST3\ ให้เอง (ปิดโปรแกรมทำเพลงก่อนติดตั้ง)
- Mac: ดาวน์โหลด TSoundDynamicEQ-1.2.0-macOS-Installer.pkg แล้วดับเบิลคลิก ติดตั้งทั้ง VST3 และ AU (Logic / GarageBand) ให้ในครั้งเดียว ไฟล์ผ่านการตรวจของ Apple แล้ว เปิดได้เลยไม่ต้องใช้ Terminal
- ไฟล์ .zip สำหรับคนที่อยากคัดลอกเอง: วาง .vst3 ไว้ที่โฟลเดอร์ VST3 ด้านบน (Mac: /Library/Audio/Plug-Ins/VST3/) และ .component ไว้ที่ /Library/Audio/Plug-Ins/Components/
- สั่งโปรแกรมทำเพลง (หรือ Signal Rack) สแกนปลั๊กอินใหม่ จะอยู่ในหมวด EQ ผู้ผลิต T Sound Man
เริ่มใช้งานเร็ว
- ใส่ปลั๊กอินในช่องไมค์ร้อง (ก่อนหรือหลังคอมเพรสเซอร์ก็ได้)
- เลือก preset VOCAL LIVE (ค่าเริ่มต้น) จากช่องด้านบน หรือกด < > เพื่อเลื่อน
- ให้นักร้องร้องท่อนที่ดังที่สุด แล้วกด LEARN ปลั๊กอินจะฟัง 8 วินาที แล้วตั้ง THRESHOLD ของทุกแบนด์ที่เปิด dynamic ให้เอง
- ดูแท่งสีส้มในมิเตอร์ LEVEL / THR มุมขวาล่าง และเส้นสีเหลืองในกราฟ ตอนร้องดังแบนด์ควรกดลงเพียงไม่กี่ dB ตอนร้องปกติแทบไม่กดเลย
- ถ้ายังกดน้อยหรือมากไป ให้ปรับ THRESHOLD ของแบนด์นั้น หรือกด UNDO เพื่อคืนค่าก่อน LEARN
แถวบน
- LEARN — ฟังเสียงจริง 8 วินาที (นับเฉพาะช่วงที่ระดับเสียงรวมเกิน −60 dBFS) แล้วตั้ง THRESHOLD ของทุกแบนด์ที่เปิด DYN จากระดับที่แต่ละแบนด์อ่านได้: แบนด์แบบ Above ตั้งให้ส่วนที่ดังสุดราว 15 % ถูกกด แบบ Below ตั้งที่ระดับเบาราว 25 % ระหว่างฟังปุ่มจะขึ้น % ถ้าขึ้น NO SIGNAL แปลว่ายังไม่มีเสียงเข้า กดอีกครั้งเพื่อยกเลิก
- UNDO — คืน THRESHOLD ก่อน LEARN ครั้งล่าสุด
- Preset — เลือกจากรายการ หรือกด < > ท้ายรายการมี PASTE EQ FROM SYSTEM CHECK ใส่ EQ ที่ T-Sound System Check แนะนำ (หน้า EQ กด COPY AS TEXT ก่อน) เป็นแบนด์ bell แบบ static สูงสุด 8 แบนด์
- BYPASS — ปิดการทำงานชั่วคราว สลับแบบ crossfade จึงไม่มีเสียงคลิก
- ป้าย TRIAL / LICENSED (มุมบนขวา) — วันทดลองที่เหลือ คลิกเพื่อใส่ license key
กราฟและมิเตอร์

- เส้นขาว = EQ ที่ตั้งไว้ (static) เส้นเหลือง = EQ ที่กำลังทำงานจริงตอนนี้ (รวมส่วน dynamic) เส้นประสีแบนด์ = ขอบเขตที่แบนด์นั้นกดหรือดันได้ (RANGE)
- พื้นสีน้ำเงิน = RTA ของเสียงเข้า (RTA IN) เส้นสีฟ้า = RTA ของเสียงออก (RTA OUT) เปิด/ปิดได้ที่ปุ่มมุมขวาบนของกราฟ RTA เอียง +3 dB/oct ให้ pink noise เป็นเส้นแบน และคำนวณเฉพาะตอนเปิดหน้าต่างปลั๊กอิน ปิดหน้าต่างแล้วไม่กิน CPU
- ลากจุด = เปลี่ยน FREQ และ GAIN, หมุนล้อเมาส์ บนจุด = เปลี่ยน Q, ดับเบิลคลิกจุด = GAIN กลับเป็น 0 dB, ดับเบิลคลิกที่ว่าง = เปิดแบนด์ใหม่ตรงนั้น
- Alt-คลิกค้าง ที่จุด = ฟังเฉพาะย่านของแบนด์นั้นชั่วคราว ปล่อยเมาส์แล้วกลับเป็นปกติ
- INPUT / OUTPUT — มิเตอร์ระดับเข้าและออก ปุ่ม TRIM ใต้มิเตอร์ปรับเกนได้ −24 ถึง +24 dB
แท็บแบนด์ 1–8
แถวแท็บเหนือแผงควบคุมแสดงความถี่ของทุกแบนด์ แบนด์ที่ปิดอยู่จะจาง ป้าย DYN สีส้มบอกว่าแบนด์นั้นเปิดโหมด dynamic คลิกแท็บเพื่อเลือกแบนด์มาปรับในแผงด้านล่าง

FILTER
- ON — เปิด/ปิดแบนด์
- SHAPE — Bell, Low Shelf, High Shelf, Low Cut, High Cut (Low / High Cut ชัน 12 dB/oct และเป็น static เสมอ)
- LISTEN — ฟังเฉพาะย่านของแบนด์: Bell = band-pass, Low Shelf / Low Cut = low-pass, High Shelf / High Cut = high-pass ใช้หาความถี่ที่มีปัญหา สลับแบบ crossfade 20 ms ไม่มีเสียงคลิก และไม่ถูกบันทึกไปกับงาน
- FREQ 20 Hz–20 kHz, Q 0.1–18, GAIN −24 ถึง +24 dB — EQ ปกติ (GAIN คือค่าตั้งต้นก่อนส่วน dynamic)
DYNAMICS
- DYN — เปิดส่วน dynamic ถ้าปิด แบนด์จะเป็น EQ ธรรมดา
- ↓ Compress / ↑ Expand — กดเสียงลง หรือดันเสียงขึ้น
- Above / Below — ทำงานเมื่อระดับในย่าน เกิน หรือ ต่ำกว่า threshold
- Peak / RMS — Peak ไวกับหัวเสียงสั้น ๆ (เหมาะกับเสียง ส) RMS ตามระดับเฉลี่ย (เหมาะกับเสียงอู้หรือโทนที่ล้น)
- REL — เทียบระดับของแบนด์กับ ระดับเสียงรวม แทนระดับจริง เช่น threshold −10 dB = "แบนด์นี้ดังเกินระดับรวมลบ 10 dB" แบนด์จึงทำงานตามสมดุลโทน ไม่ว่าจะร้องดังหรือเบา (ถ้าระดับรวมต่ำกว่า −70 dBFS จะไม่ทำงาน)
- THRESHOLD −80 ถึง 0 dB — ระดับที่เริ่มทำงาน ลากเส้นเหลืองในมิเตอร์ LEVEL / THR ได้ด้วย
- RATIO 1:1 ถึง 20:1 — เช่น 4:1 = เกนเปลี่ยน 0.75 dB ทุก 1 dB ที่เกิน threshold
- RANGE 0–24 dB — กดหรือดันได้มากที่สุดกี่ dB
- KNEE 0–24 dB — ช่วงที่เริ่มทำงานแบบนุ่ม ๆ รอบ threshold
TIMING
- AUTO — ตั้ง attack / release ตามความถี่ของแบนด์ให้เอง: attack ราว 2 รอบคลื่น (1–40 ms) release ราว 20 รอบคลื่น (40–300 ms) ย่านต่ำจึงช้ากว่าเพื่อไม่ให้เสียงเพี้ยน
- ATTACK 0.1–200 ms, RELEASE 5–2000 ms — ใช้เมื่อปิด AUTO
- TIME SCALE 0.25x–4x — คูณเวลา AUTO ให้เร็วหรือช้าลง (เช่น de-esser ใช้ 0.7x)
LEVEL / THR
มิเตอร์ของแบนด์ที่เลือก: แท่งสี = ระดับที่แบนด์อ่านได้, เส้นเหลือง = threshold (ลากขึ้นลงได้), แท่งส้ม = กำลังกดเสียงลง, แท่งเขียว = กำลังดันเสียงขึ้น ตัวเลขด้านล่างคือ dB ที่กำลังกดหรือดันอยู่

Preset
- VOCAL LIVE — ตัดย่านต่ำ 90 Hz, คุมเสียงอู้ 250 Hz, เสียงแหลมบาด 3.2 kHz และเสียง ส 7 kHz พร้อมเติมประกายด้านบนเล็กน้อย
- DE-ESSER — กดเสียง ส / ซ ที่ 6.5 kHz ด้วย Peak และเวลาเร็ว
- PROXIMITY CONTROL — คุมเสียงอู้ตอนนักร้องจ่อไมค์ด้วย low shelf 180 Hz
- SPEECH / PODIUM — ไมค์พูด: คุมเสียงอู้, ดัน presence 3 kHz ขึ้นเองตอนพูดเบา, กดเสียง ส
- ACOUSTIC GUITAR — คุมบูมของบอดี้ 200 Hz และเสียงปิ๊ก 2.5 kHz
- KICK TIGHTEN — ดันหัวลูก 60 Hz ตอนตี และคุมย่านกล่อง 380 Hz
- MIX BUS POLISH — คุมย่านต่ำและ 3 kHz แบบนุ่ม ๆ และเติมความสดด้านบนเมื่อเพลงดัง
- FLAT / INIT — เริ่มจากศูนย์
เคล็ดลับ
- เริ่มจาก preset ที่ใกล้ที่สุด แล้วกด LEARN ตอนนักร้องซ้อม จะได้ threshold ที่ตรงกับไมค์และเสียงจริง
- ใช้ LISTEN หาความถี่ที่บาดหูก่อน แล้วค่อยเปิด DYN ที่แบนด์นั้น
- ไม่แน่ใจว่าแบนด์ไหนทำงาน ให้ดู เส้นเหลือง ในกราฟเทียบกับเส้นขาว จุดที่แยกออกจากกันคือแบนด์ที่กำลังกดหรือดันอยู่
- ย่อ/ขยายหน้าต่างได้โดยลากมุมขวาล่าง ทุกอย่างวาดด้วยโค้ด คมชัดทุกขนาด
License และทดลองใช้
ทดลองใช้ได้ครบทุกฟังก์ชัน 14 วัน เมื่อหมดช่วงทดลองแล้วยังไม่ activate ปลั๊กอินจะปล่อยเสียงผ่านเฉย ๆ (เหมือนกด BYPASS) งานแสดงจึงไม่มีเสียงหาย ซื้อ license ได้ที่ tsoundman.com แล้วคลิกป้าย TRIAL มุมบนขวา ใส่ license key (ขึ้นต้นด้วย FK2-) แล้วกด Activate
ถ้าใส่ key แล้วไม่ผ่าน
- หน้าต่างใส่ key มีปุ่ม Paste code from clipboard (วาง key ที่คัดลอกไว้) และ Load key file... (เลือกไฟล์ข้อความ .txt ที่มี key) ใช้ได้แม้โปรแกรมโฮสต์บางตัวไม่ยอมให้กด Ctrl+V / Cmd+V หรือคลิกขวาวางในปลั๊กอิน
- ช่องว่างหรืออักขระแปลก ๆ ที่ติดมากับ key จาก LINE หรืออีเมล ปลั๊กอินตัดออกให้เอง ข้อความแจ้งผลจะขึ้นอยู่หน้าสุดเสมอ ไม่ไปซ่อนหลังหน้าต่างโปรแกรมโฮสต์
- No licence code — ช่อง key ว่างอยู่ ให้คัดลอก key ใหม่แล้วกด Paste code from clipboard หรือบันทึก key เป็นไฟล์ข้อความแล้วใช้ Load key file...
- Could not connect to the licence server — ตรวจว่าเครื่องต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แล้วลองใหม่อีกครั้ง
- Invalid licence code — key ต้องขึ้นต้นด้วย FK2- และต้องเป็น key ของสินค้าตัวนี้ (key ของแต่ละสินค้าใช้ข้ามกันไม่ได้) ถ้ายังไม่ผ่าน ส่งรูปหน้าจอมาทาง LINE แอดมินจะช่วยตรวจหรือออก key ใหม่ให้