โปรแกรมอัดเสียงงานแสดงสดแบบหลายแทร็กบน Windows และ Mac อัดได้สูงสุด 128 แทร็กพร้อมกันจาก audio interface ทุกยี่ห้อ (ASIO / Core Audio) แล้วเล่นกลับออกช่องเดิมเข้ามิกเซอร์เพื่อทำ virtual soundcheck ได้ทันที ตัดต่อเบื้องต้น ส่งออกเป็นไฟล์มิกซ์ WAV / MP3 หรือส่งทั้งงานไปเปิดใน DAW ด้วย DAWproject

เริ่มใช้งานครั้งแรก
- เปิดโปรแกรม หน้าต่าง SESSION จะขึ้นมาก่อน โปรแกรมยังไม่ต่อการ์ดเสียงเอง
- กด SYSTEM SETTINGS... แล้วเลือก audio interface ในแท็บ AUDIO SYSTEM (Windows เลือกไดรเวอร์ ASIO เพื่อ latency ต่ำที่สุด) ตั้ง sample rate และ buffer (แนะนำ 512)
- ตั้งชื่องาน แล้วกด CREATE NEW SESSION โปรแกรมจะสร้างแทร็กเท่ากับจำนวน input ของการ์ดเสียงให้เอง
- กดปุ่ม R ของแทร็กที่จะอัด (หรือปุ่ม R ช่อง ALL เพื่อเลือกทุกแทร็ก) แล้วกดปุ่มอัด (วงกลมแดง)
- จบงานกด หยุด ไฟล์ทุกแทร็กถูกบันทึกเป็น WAV ไว้ในโฟลเดอร์ของงานทันทีระหว่างอัด ไฟดับหรือโปรแกรมปิดกลางคัน เปิดงานใหม่แล้วไฟล์ที่อัดค้างไว้จะกลับมาให้เอง

แถบด้านบน
- ปุ่มควบคุม — ไป marker ก่อนหน้า, ถอยหลัง, เล่น, อัด, หยุด, เดินหน้า, ไป marker ถัดไป และ LOOP (เล่นวนในช่วง loop)
- นาฬิกา — คลิกเพื่อสลับ นาที:วินาที / timecode / samples ด้านบนบอกสถานะ, sample rate และ bit depth
- REMAIN / CPU / DISK / SYNC — เวลาที่ยังอัดได้จากพื้นที่ดิสก์ที่เหลือ, โหลด CPU, สถานะการเขียนดิสก์ (ถ้าขึ้น DROPOUTS หรือ WRITE ERROR ให้ตรวจดิสก์) และแหล่ง sync
- ARMED — ภาพรวมทุกแทร็ก ช่องสีแดงคือแทร็กที่จะอัด คลิกที่ช่องเพื่อสลับได้
- LOCK — ล็อกหน้าจอระหว่างอัด กันคนกดโดนปุ่มหรือคีย์บอร์ด กด UNLOCK เพื่อปลด (ตั้งให้ล็อกเองหลังเริ่มอัดได้ใน SETTINGS)
- ป้าย TRIAL / LICENSED — วันทดลองที่เหลือ คลิกเพื่อใส่ license key
แถบเครื่องมือ
- SESSION — สร้างงานใหม่ เปิดงานเก่า บันทึกเป็น template และงานล่าสุด
- OUTPUT: MULTI OUT / STEREO OUT — MULTI OUT ส่งแต่ละแทร็กออกช่องของตัวเองตรง ๆ (ใช้ทำ virtual soundcheck ผ่านมิกเซอร์) STEREO OUT มิกซ์ทุกแทร็กลงคู่สเตอริโอสำหรับฟังเช็กหรือทำมิกซ์คร่าว ๆ
- VIEW: TRACKS / METERS / MIXER — หน้าแทร็กแบบไทม์ไลน์, หน้ามิเตอร์ทุกแทร็ก และมิกเซอร์ (ใช้กับ STEREO OUT)
- TOOLS — RANGE (1) เลือกช่วงเวลา, OBJECT (2) เลือก/ลาก/ตัดหัวท้าย region และลาก fade, SPLIT (3) ตัด region ตรงที่คลิก, ZOOM (4) ลากเพื่อซูม
- SHOW: MARKERS / INSPECTOR — รายการ marker และหน้าตั้งค่าของแทร็กที่เลือก
- EXPORT — ส่งออกไฟล์มิกซ์ หรือ DAWproject
- SETTINGS — การ์ดเสียง งาน การตั้งค่า และ sync / MIDI
แทร็ก
- R อัด (Ctrl/Cmd-คลิก = record safe กันเผลอ arm), I ฟังเสียงเข้าสด, S solo, M mute
- ดับเบิลคลิกชื่อเพื่อเปลี่ยนชื่อ (กด Tab ไปแทร็กถัดไป) ลากหัวแทร็กขึ้นลงเพื่อย้ายลำดับ
- คลิกขวาที่หัวแทร็ก: เลือก input / output, สี, สเตอริโอ / โมโน และ safe mode
- ไม้บรรทัดด้านบน: MARKERS (ปุ่ม + MARKER หรือกด M เพิ่มที่ตำแหน่งเล่น ลากเพื่อย้าย), SKIP (ลากช่วงที่ต้องการให้เล่นข้าม), LOOP (ช่วงเล่นวน) และ TIME (คลิกเพื่อไปตำแหน่งนั้น ดับเบิลคลิกเพื่อเล่น)
- ปุ่ม ZOOM / HEIGHT / WAVE มุมซ้ายบน ซูมเวลา ปรับความสูงแทร็ก และขยายความสูงคลื่นเสียง
- แก้ไขทุกอย่างกลับได้ด้วย Ctrl/Cmd+Z
หน้า METERS
แสดงมิเตอร์ทุกแทร็กแบบ meter bridge มีสเกล dB, เส้นค้าง peak, ตัวเลข peak สูงสุด (คลิกที่แทร็กเพื่อรีเซ็ต), ไฟ clip และไฟ REC จัดแถวให้สูงที่สุดตามจำนวนแทร็ก

มิกเซอร์และ Inspector
ในโหมด STEREO OUT ใช้มิกเซอร์ปรับ fader, pan, solo, mute ของแต่ละแทร็กเพื่อฟังหรือส่งออกเป็นไฟล์มิกซ์ INSPECTOR แสดงค่าของแทร็กที่เลือก: ชื่อ สี routing ชนิดโมโน/สเตอริโอ pan และ volume


ส่งออก (EXPORT)
- EXPORT MIXDOWN — มิกซ์ STEREO OUT ลงไฟล์เดียว เลือก WAV 24-bit หรือ MP3 320 / 192 / 128 kbps เลือกช่วง: ที่เลือกไว้, ช่วง loop, ทั้งงาน หรือทั้งงานโดยข้ามช่วง SKIP
- EXPORT DAWPROJECT — ส่งทั้งงาน (ทุกแทร็ก region fade fader pan และ marker) เป็นไฟล์ .dawproject เปิดต่อใน Bitwig Studio, Studio One, Cubase และ DAW อื่นที่รองรับ ไฟล์เสียงอยู่ในโฟลเดอร์งานเดิม ถ้าจะย้ายให้ย้ายทั้งโฟลเดอร์
- ไฟล์ที่อัดทุกไฟล์เป็น WAV แบบ BWF (มี timestamp) อยู่ในโฟลเดอร์ของงาน ลากไปใช้ใน DAW ได้ตรง ๆ

SETTINGS
- AUDIO SYSTEM — การ์ดเสียง sample rate buffer และช่อง input/output ที่เปิดใช้
- SESSION — โฟลเดอร์เก็บงาน, bit depth ของไฟล์ที่อัด (16 / 24 / 32-bit float) และ timecode ที่ตำแหน่ง 0:00
- PREFERENCES — ล็อกเองหลังเริ่มอัด, ความเร็วมิเตอร์, บัฟเฟอร์ดิสก์ (เลือก 8 s ถ้าอัดลงไดรฟ์ USB), record latch (กด PLAY แล้วอัดแทร็กที่ arm ไว้) และตำแหน่งตัวเข้ารหัส MP3 (มีในโปรแกรมแล้ว ไม่ต้องตั้ง)
- SYNC & MIDI — chase timecode LTC (จาก input) หรือ MTC, MIDI program change: ระหว่างอัดสร้าง marker ให้เอง (เช่นจากการเปลี่ยน scene ของคอนโซล) ตอนหยุดจะพาไปที่ marker นั้น และ marker ที่มี program change จะส่งค่าออกเมื่อเล่นถึง


คีย์ลัด
- Space เล่น / หยุด · Home / End ไปต้น / ท้ายงาน · M หรือ Insert เพิ่ม marker · L เปิด/ปิด loop
- 1 / 2 / 3 / 4 เลือกเครื่องมือ · E ตัด region ที่เลือกตรงตำแหน่งเล่น · + / − ซูม
- Ctrl/Cmd + Z / Y ย้อน / ทำซ้ำ · Ctrl/Cmd + C / X / V คัดลอก ตัด วาง · Delete ลบที่เลือก · Ctrl/Cmd + S บันทึก
LOCK ระหว่างอัด

ช่วงทดลองและ license
- ใช้ได้ครบทุกฟังก์ชัน 7 วัน ป้ายมุมซ้ายบนแสดงวันที่เหลือ
- ครบ 7 วันแล้วจะเริ่มอัดใหม่ไม่ได้ แต่เปิดเล่น แก้ไข และส่งออกงานเดิมได้ตามปกติ และจะไม่หยุดการอัดที่กำลังอัดอยู่
- ซื้อแล้วคลิกป้าย TRIAL วาง key ที่ขึ้นต้นด้วย FK2- แล้วกด Activate (ต่ออินเทอร์เน็ตครั้งแรกครั้งเดียว) 1 key ใช้ได้ 1 เครื่อง
ถ้าใส่ key แล้วไม่ผ่าน
- หน้าต่างใส่ key มีปุ่ม Paste code from clipboard และ Load key file... (เลือกไฟล์ .txt ที่มี key) ช่องว่างหรืออักขระแปลก ๆ ที่ติดมากับ key โปรแกรมตัดออกให้เอง
- Could not connect to the licence server — ตรวจว่าเครื่องต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แล้วลองใหม่
- Invalid licence code — key ต้องขึ้นต้นด้วย FK2- และต้องเป็น key ของ T-Sound Live Recorder ถ้ายังไม่ผ่าน ส่งรูปหน้าจอมาทาง LINE
การส่งออก MP3 ใช้ตัวเข้ารหัส LAME 3.100 (สัญญาอนุญาต LGPL) ซึ่งติดมากับโปรแกรมเป็นโปรแกรมแยก รายละเอียดและแหล่งซอร์สอยู่ในไฟล์ LAME-README และ LAME-COPYING ในโฟลเดอร์โปรแกรม